ลอยกระทง ลอยเพราะเหตุใด

วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง


     เมื่อพูดถึงประเพณีลอยกระทง หลายคนอาจจะคิดว่ามีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่มีประเพณีดังกล่าว แต่โดยแท้จริงแล้วประเทศจีน อินเดีย เขมร และพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับของไทยเรา จะต่างกันบ้างก็เพียงพิธีการและความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแม้แต่ในประเทศไทยเราเองก็มีวัตถุประสงค์และความเชื่อในเรื่องนี้อย่างหลากหลาย เช่น ลอยกระทงเพื่อ



ประเพณีลอยกระทงเริ่มเมื่อใดวันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง

      ประเพณีลอยกระทงในบ้านเรานิยมทำกันในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ หรือราวปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤจิกายน เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานาน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธี ๑๒ เดือน ได้กล่าวไว้ว่า “การลอยพระประทีปกระทงนี้ เป็นนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของชนทั้งปวง ไม่เฉพาะแต่การหลวง แต่จะนับว่าเป็นพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่ได้มีพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์อันใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่าตรงกับคำว่าลอยโคมลงน้ำเช่นที่กล่าวมาแล้ว แต่ควรนับว่าเป็นราชประเพณี ซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ ตั้งแต่พระนครยังอยู่ฝ่ายเหนือ”

วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง      ส่วนในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือตำนานนางนพมาศ ซึ่งเป็นพระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลายตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศ พระสนมเอกก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน ๑๒ ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนทุกวันนี้ ซึ่งของหลวงเรียกว่า “ลอยพระประทีป” แต่ต่อมาชาวบ้านเปลี่ยนเรียกเป็น “ลอยกระทงทรงประทีป” ซึ่งในสมัยก่อนเรียกการลอยกระทงว่า ชักโคม ลอยโคม แล้วได้เปลี่ยนเป็นลอยกระทงแทนภายหลัง ส่วนรอยพระพุทธบาทที่กล่าวถึงนี้ เล่ากันว่าพระยานาคได้อัญเชิญพระพุทธเจ้าทรงเหยียบประดิษฐานไว้บนหาดทราย ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ครั้นวันเพ็ญ เดือน ๑๒ หน้าน้ำ พระยานาคก็จะขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้

การลอยกระทงในภาคต่างๆ

     พระยาอนุมานราชธนหรือเสถียรโกเศศ นักปราชญ์เอกของไทยได้เล่าในหนังสือ “เทศกาลและประเพณีไทย” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ถึงประเพณีลอยกระทงในภาคต่างๆพอสรุปได้ว่า

     การลอยกระทงในภาคพายัพหรือภาคเหนือ จะมีพิธี ๓ วัน โดยวันขึ้น ๑๓ ค่ำเป็นวันจ่าย วันขึ้น ๑๔ ค่ำเป็นวันทำบุญ คือนำภัตตาหารและเครื่องอุปโภคไปถวายพระที่วัด และวัดก็จะจัดทำกระทงใหญ่ โดยมากทำเป็นรูปเรือตั้งไว้กลางลานวัด แล้วให้ชาวบ้านนำสิ่งของต่างๆไปบรรจุไว้เพื่อทำเป็นทานต่อไป ทั้งของกินของใช้ เช่น ข้าวสาร เกลือ น้ำตาล ไม้ขีด เทียนไข ผ้าห่ม ฯลฯ ครั้นถึงวันเพ็ญเดือนยี่เปง (คือวันเพ็ญเดือนยี่ ซึ่งก็ตรงกับกลางเดือน ๑๒ ของภาคกลาง เนื่องจากทางเหนือนับเดือนเร็วกว่าเรา ๒ เดือน) เมื่อชาวบ้านกลับจากทำบุญที่วัด ก็จะนำของกินไปแจกเพื่อนบ้าน ส่วนเด็กผู้หญิงก็มักนำช่อดอกไม้เล็กไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไปจำศีลที่วัด เด็กผู้ชายก็มักจะทำกระทงเล็กๆแข่งกัน พร้อมเตรียมประทัดเป็นตับไปจุดเล่น พอตกค่ำก็จะนำผางประทีปหรือกระถางดินเผาขนาดถ้วยตะไลเล็กๆไปจุดที่หน้าพระประธานในโบสถ์ ส่วนที่เหลือก็นำไปจุดและวางไว้ตามบ้านเรือนตามประตูหน้าต่างหรือที่อื่นๆจนสว่างไสวไปทั่ว พอถึงเวลากลางคืนชาวบ้านก็จะนำกระทงใหญ่ของวัดที่กล่าวข้างต้นไปลอยในแม่น้ำปิง พร้อมทั้งมีกระทงใบเล็กๆที่ทำด้วยกาบมะพร้าวเป็นรูปต่างๆลอยไปด้วย ซึ่งกระทงใหญ่ที่มีของนั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่ยากจนที่อยู่ทางใต้น้ำลงไป ก็จะมาเก็บเอาของไปใช้ประโยชน์ต่อไป กล่าวกันว่าการลอยกระทงของชาวเหนือเป็นการลอยไปบูชาพระอุปคุตที่บริกรรมคาถาอยู่ที่สะดือทะเล อีกทั้งเพื่อลอยทุกข์โศกโรคภัย และบาปเคราะห์ต่างๆให้ไปไกลๆเสีย

วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง
ภาพจาก Shutterstock.com/Tappasan Phurisamrit

     ส่วนการลอยกระทงที่ภาคอีสาน ท่านเล่าว่าเขาจะเอาหยวกกล้วยทั้งต้นมาต่อกัน มีไม้เสียบยาวตั้งหลายวา วางขนานกันเป็นสองแถว กว้างห่างกันพอประมาณ และปักเสาบนหยวกกล้วยเป็นระยะๆ บนปลายเสาจะทำเป็นรูปเรือหรือพระยานาค แล้วเอาผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันยางหรือใช้ไต้จุดบนปลายไม้ที่วางข้างๆเป็นระยะๆ วัดในตำบลหนึ่งๆก็จะทำกระทงแบบนี้กระทงหนึ่ง แล้วลากไปไว้ริมฝั่งน้ำ พอตกเย็นชาวบ้านก็จะลงเรือร้องเพลงสนุกสนาน พอกลางคืนก็จะจุดไต้และลากกระทงไปปล่อยลงน้ำให้ลอยไป โดยในกระทงจะมีอาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ เพื่อให้คนยากจนที่อยู่ปลายน้ำเก็บไป คล้ายๆกับทางเหนือ แต่บางแห่งก็ไม่ได้บรรจุอะไรในกระทง นอกจากดอกไม้ธูปเทียน และเรียกการลอยกระทงนี้ว่า “ไหลเรือ” และต่างคนต่างลอยไม่ได้ลอยรวมกัน

     การลอยกระทงที่ภาคใต้ ท่านว่าสอบถามผู้รู้แล้ว ปรากฏว่าไม่มีการลอยกระทง มีแต่พิธีลอยแพ ซึ่งจะจัดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดความไข้ได้ทุกข์ไปทั่ว โดยจะเอาหยวกกล้วยมาต่อเป็นแพ บรรจุเครื่องอาหารแล้วลอยไป

คุณค่าของประเพณีลอยกระทง

     ประเพณีลอยกระทงในปัจจุบันที่เราเห็นกันจนเจนตาและน่าจะเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบเดียวกันเกือบทั่วประเทศแล้ว ก็คือการประดิษฐ์กระทงเป็นรูปต่างๆตามความคิด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปดอกบัว ซึ่งคงได้มาจากตำนานนางนพมาศดังกล่าวข้างต้น แล้วตกแต่งด้วยดอกไม้ธูปเทียน จากนั้นนำไปลอยตามแม่น้ำลำคลองหรือสถานที่ที่มีการจัดงาน ซึ่งในงานอาจจะมีการการประกวดกระทง/นางนพมาศและการแสดงมหรสพหรือการละเล่นต่างๆรวมอยู่ด้วย แต่ส่วนมากจะเน้นเรื่องความสนุกสนานรื่นเริงมากกว่าความเชื่ออย่างที่กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ดี การที่ประเพณีลอยกระทงยังคงมีความสำคัญและดำรงต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ จนได้กลายเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของไทยไปแล้วนั้น เชื่อว่า คงเป็นเพราะประเพณีลอยกระทงยังมีคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและศาสนา กล่าวคือ

วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง

       -คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น ร่วมกันประดิษฐ์กระทงไปลอย อีกทั้งได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อน้ำที่ให้คุณประโยชน์แก่เราในด้านต่างๆ หรือบางท้องถิ่นก็เป็นการแสดงความระลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ        -คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น ช่วยกันประดิษฐ์กระทงไปประกวด อันเป็นการช่วยส่งเสริมการช่างผีมือท้องถิ่นทางอ้อม หรือทำให้ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ และสนุกสนานร่วมกัน        -คุณค่าต่อศาสนา ได้ช่วยกันทำนุบำรุงศาสนา เช่น ทางภาคเหนือที่มีการทำบุญให้ทาน การถือศีลที่วัด หรือการลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทก็นำมาซึ่งการน้อมรำลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า        -คุณค่าต่อสังคม ทำให้มีความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำลำคลองที่ได้ใช้สอย และอำนวยประโยชน์ต่อเราทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยอาจจะช่วยกันขุดลอกคู คลองให้สะอาด ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป

วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทง วันลอยกระทง ประวัติวันลอยกระทง กลอนวันลอยกระทง ดูแบบ กระทงใบตอง กระทง

     ข้อสำคัญที่มีการรณรงค์กันมากในปัจจุบันก็คือ การย้อนไปใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย หรือวัสดุที่ย่อยสลายง่ายทำเป็นกระทง แทนโฟมซึ่งย่อยสลายยากเพื่อมิให้เกิดมลพิษในน้ำ และการกวดขันในการเล่นประทัด พลุ ตะไลเพลิงต่างๆให้อยู่ในขอบเขตเพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติภัยหรือมลภาวะทางหู

     จะเห็นได้ว่า แม้ประเพณีลอยกระทงจะเป็นเรื่องของความสนุกสนานรื่นเริง ซึ่งในเรื่องความเชื่อต่างๆจะลางเลือนไปบ้างตามยุคสมัย แต่ก็ยังมีคุณค่าที่เรายังควรส่งเสริมและสืบสานไปสู่ลูกหลาน โดยเฉพาะการกตัญญูรู้คุณและเอื้ออาทรต่อธรรมชาติ ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันได้แก่แม่น้ำลำคลอง อันเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เราต้องสืบทอดให้คงอยู่ต่อไปยังอนุชนรุ่นหลัง

...........................................................................

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
/* loikrathong.net */ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
   วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย
ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย
หรือเดือนยี่ (เดือนที่ ๒) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราว
เดือน พฤศจิกายน ตามปฏิทิน สุริยคติ ...

/* */